Loading...

”1 ในทีมค้นหาทางปล่อง” เล่าเรื่องแปลก เจอคนถือดาบยืนจ้องหน้า ในถ้ำหลวง

หลอนต่อเนื่อง.. เรียกได้ว่าภารกิจจบ แต่เรื่องเล่าไม่จบ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ Folk Kamponsak Sassadee หรือ “บังโฟล์ค” นักปีนเขา หนึ่งในทีมสำรวจปล่องที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ได้โพสต์เล่าว่า “ควันประหลาดที่ล่องลอยแบบมีเป้าหมาย”

จากภารกิจในวันสุดท้ายของการสำรวจปล่อง ซึ่งในวันนั้นได้มีการค้นพบปล่องที่มีความลึกเกิน 30 ม. จำนวน 3 ปล่อง ในบริเวณหลังศูนย์บำบัดดอยผาหมี ขณะปฏิบัติงานจนถึงพื้นที่กลางถ้ำของปล่องหมายเลข 2 ก็ได้พบกับสิ่งที่น่าแปลกใจและอยากจะสัมผัสเพื่อพิสูจน์บางอย่าง เริ่มจากที่ปากทางเข้าถ้ำน้ำมีความแคบมาก ซึ่งมีทีมงานท่านนึงไปพบโดยบังเอิญดูผ่านๆเหมือนจะเข้าไปไม่ได้และไม่มีถ้ำใหญ่ภายในนั้น จึงได้มีการเปิดทางเข้าให้กว้างขึ้นด้วยการงัดหินหลายๆก้อนออกแต่ด่วยกลุ่มหินหลายขนาดที่เกาะกันแน่นมากทำให้รื้อออกจนเหลือเพียงช่องที่พอดีตัว   มันกลายเป็นทางเข้าที่ซ่อนตัวอยู่ใต้เพิงบางๆ ที่ลึกลงไปหลายเมตร วิธีการเข้าไปคือต้องหมอบคลานแบบหัวดิ่งลงไปกว่า 45 องศา เมื่อถึงช่องก็ต้องถอดหมวกเซฟตี้ออกเพราะมันจะทำให้ติด แล้วมุมก็หักขึ้นอีกในแบบที่เลื้อยลงไปแล้วต้องเงยเลื้อยเข้ารูเล็ก แล้วหักมุมลงล่างไปอีกครั้ง การเข้าถ้ำแห่งนี้จึงเริ่มต้นเหมือนเป็นงูเลื้อยเข้าโพรงรูปตัวเอส  และมันก็ติด ลำตัวติดอยู่ตรงนั้นเพราะอุปกรณ์ปีนเขาหลายตัวที่คล้องอยู่ที่เอว จึงต้องรีบปลดออกแล้วโยนไปในความมืดข้างหน้าก่อนจะไหลเข้าไปได้ง่ายขึ้นแล้วควานส่องหากลับมา ก่อนจะเจอพื้นที่ราบเล็กๆขนาด 1 × 2 ม. พอให้ได้นั่งพักเป็นพิกัดแรกพร้อมกับหยิบเครื่องวัดออกซิเจนมาเช็คอากาศซึ่งอยู่ที่ 20.9  เมื่อส่องไปปลายทางของพื้นที่ราบเล็กๆ พบว่ามันมืดหายลงไป แน่นอนมันคือปากเหว จึงรีบตะโกนให้ทีมข้างนอกติดตั้งระบบเพื่อการโรยตัวลงไปสำรวจข้างล่าง และเมื่อได้โรยตัวลึกลงไปในระยะแรกที่ลึกกว่า 20 ม. นั้น ก็ได้พบกับลานลาดเอียงเล็กๆที่พอจะยืนได้ เมื่อสาดไฟไปรอบๆก็ได้สังเกตุเห็นช่องแคบๆพอดีตัวในมุมนึง ซึ่งมันมีลมอ่อนๆโชยมา นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีถึงความลึกของโพรงถ้ำ   จึงได้ตะโกนเรัยกพี่ชัย ซึ่งเป็นคู่บัดดี้อยู่ที่ปากทางเข้าถ้ำว่าต้องการบัดดี้ 1 คน พี่ชัยจึงลอดช่องแคบๆเข้ามาเพื่อสแตนบายในพื้นที่ราบเล็กๆนั้น เราสองคนห่างกันราว 20 ม. ยังสามารถคุยกันได้ยินและส่องไฟเห็นกัน ตรวจสอบระบบเชือกเซฟตี้ว่าปกติ และตะโกนบอกพี่ชัยว่าจะลงไปในปล่องแคบลึกด้านล่าง พบว่าช่องทางนั้นแคบมากต้องงัดหินหลายก้อนที่กลิ้งขวางอยู่บางก้อนนั้นหลุดลงไปในความลึก มันลึกมากซึ่งกว่าจะชนกระทบพื้นข้างล่างก็กินเวลาหลายวินาที และแล้ว ระหว่างกำลังแทรกตัวผ่านช่องหินพร้อมไฟที่หมวกสาดส่องไปข้างหน้านั้น ก็สังเกตุเห็นบางอย่างคล้ายๆ กลุ่มควันหรือหมอก สิ่งนั้นลอยต่ำลงไปตามซอกหินเบื้องล่าง ยิ่งสองจิตสองใจว่าควรจะรีบขึ้นกลับไปข้างบน หรือควรตามสิ่งนั้นลงไปข้างล่างต่อ ใช้เวลาทบทวนอยู่แค่ 10 วินาที ก็ตะโกนบอกพี่ชัยว่า จะลงไปสำรวจต่อ อากาศอยู่ที่ 20.9   แล้วก็รีบโรยตัวลงต่อไปยังช่องแคบๆ เพื่อติดตามควันประหลาดนั้น แต่พบว่าเส้นทางนั้นหักทุมไปด้านข้างกว่า 90 องศา แล้วช่องทางก็กว้างขึ้นลึงลงไปอีกราว 10 ม. มันมีพื้นที่เล็กๆที่พอให้ยืนได้ และสายตาก็ยังไม่ละจากควันประหลาด มันล่องลอยลึกลงไปหยุดในพื้นที่นั้นเหมือนไปรออยู่ที่มุมหนึ่ง   จนเมื่อลงไปถึงลาน ก็ได้ตะโกนบอกพี่ชัยที่อยู่สูงขึ้นไปกว่า 30 ม. ได้ยินเสียงลงมาว่า “รายงานด้วย รายงานด้วย” จึงตะโกนบอกว่าเจอพื้นที่ 4 × 3 ตะโกนบอกว่า อากาศ 20.9 ตะโกนบอกว่า พัก 5 นาที แต่ก็ได้ยินเสียงตอบกลับมาว่า “ไม่ได้ยินรายงาน ไม่ได้ยินรายงาน” ซึ่งในตอนนั้น กลุ่มควันประหลาดเริ่มไปจับตัวอยู่ในฝั่งตรงข้าม ยิ่งส่องไฟเข้าหามันก็ยิ่งเห็นว่ากำลังมีหมอกเล็กๆที่ระเหยออกมาจากช่องเล็กๆที่มุมด้านล่างออกมารวมตัวกันมากขึ้น อากาศเริ่มเย็นมากขึ้น ย่อตัวนั่งลงโดยที่ไม่ละสายตาจากมัน ลองเอามือไปสัมผัสพื้น พบว่ามันเย็นเฉียบจนสะดุ้ง     ด้วยความอยากรู้และอยากจะพิสูจน์ว่ามันคืออะไร และกำลังเกิดอะไรขึ้น จึงตะโกนบอกพี่ชัยว่า ขอ 5 นาที พร้อมกับปิดไฟฉาย สายตาพยายามเพ่งมองไปในความมืด ในทิศทางที่สิ่งนั้นลอยคว้างอยู่ นับวินาทีในใจไปเรื่อยๆ ไปเรื่อยๆด้วยความตื่นเต้น เป็น 5 นาทีที่ยาวนานเหมือน 5 ชั่วโมง  จนเมื่อครบเวลา จึงปิดตาแล้วเปิดไฟฉายเพื่อป้องกันม่านตาปรับตัวไม่ทัน ผ่านไป 5 วินาทีจึงลืมตาขึ้น ก็พบว่า หมอกควันนั้นหายไป ไม่เป็นกลุ่มก้อนแบบในตอนแรก แต่มันกระจายตัวเป็นละอองไปทั่วโถงเล็กๆแห่งนั้น จึงรีบปลดเป้ออกจากหลังอีกครั้งพร้อมถ่ายภาพไว้ ซึ่งก็ติดภาพของควันที่คลุ้งอยู่ และที่น่าสนใจก็คือมีควันออกมาจากฝ่ามือและลำตัวมากขึ้น มากขึ้น จนรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างที่ไม่ปกตินักกำลังรุมเร้ารอบตัว    ส่วนช่องเล็กๆ ที่มุมถ้ำนั้น เมื่อส่องไฟลงไปก็พบว่ามันลงไปได้ลึกอีกมากแต่มีความกว้างแค่คืบเดียว เชือกยังเซฟตี้อยู่กับเอวจึงดึงเชือกเพื่อส่งสัญญานแล้วตะโกนว่า “กำลังกลับขึ้นไป” พร้อมกับการปีนป่ายไปเรื่อยๆกับเชือกที่ตึงเป็นระยะจากการดึงของทีมสนับสนุนข้างบน  เมื่อปีนขึ้นมาได้กว่า 30 ม. ก็เจอพี่ชัยคู่บัดดี้นั่งตกใจหน้าซีด ถามว่าเกิดอะไรขึ้น พี่แกบอกว่าไม่ได้ยินเสียงเราตะโกนตอบกลับมาอะไรเลย เรียกซ้ำจนเจ็บคอหมดเลยล่ะ กำลังจะจัดทีมคู่บัดดี้ลงมาสมทบเพื่อจะลงไปรับตัวน้องนี่ล่ะ เงียบหายไปเกิน 5 นาที จะรายงานไปข้างบนแล้วล่ะว่าให้ติดตั้งระบบสำรอง    เมื่อนึกย้อนทบทวนการสื่อสารไปในช่วงเวลานั้น เสียงพี่ชัยตะโกนลงมานั้นเราได้ยิน แต่เสียงตะโกนขึ้นไปนั้นไม่ได้ยิน และในช่วงที่ปิดไฟฉายทั้งหมดในช่วง 5 นาทีนั้น ทุกอย่างเงียบสนิท ไม่สามารถมีเสียงจากที่ใดๆให้สื่อสารถึงกันได้ เหมือนมันมีบางอย่างปิดกั้นเสียงไว้ บางอย่างที่มองเห็น แต่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร กับกลุ่มหมอกควันที่ล่องลอยแบบมีเป้าหมาย บังโฟล์ค ยังเล่าเรื่องหลอนด้วยว่า เชื่อหรือไม่ ก่อนลงพื้นที่ปฏิบัติการในพื้นที่ค้นหาและสำรวจปล่องถ้ำนั้น จะมีการนับจำนวนคนอย่างชัดเจนทุกครั้งและจะมีการช่วยกันจดจำสมาชิกสมทบ แต่ในระหว่างภารกิจ กลับมีบุคคลลึกลึบที่ไม่รู้สักกัดและไม่คุ้นหน้า แทรกเข้ามาอย่างเลื่อนลอยวับไปวับมา หลบหน้าหลบตามีความว่องไว

Loading...



ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : Folk Kamponsak Sassadee, khaosod

Facebook Comments
กดอ่านเพิ่มเติม
Loading...

บทความที่เกี่ยวข้อง

error:
Close