Loading...

เปิดตัว ”พ่อ” ท่านผู้ว่าฯ เลี้ยงลูกอย่างไรให้ได้แบบนี้!!

เชื่อว่าจากการค้นหา 13 ชีวิตทีมนักฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี่ทำให้เห็นถึงความสามัคคีของคนไทยและความร่วมมือร่วมใจจากต่างชาติต่างภาษาที่ได้เข้ามาร่วมในภาระกิจการค้นหาทั้งอังกฤษ สหรัฐฯ จีน ออสเตเลีย ลาวและเมียนมาร์ และในภาวะที่ครอบครัวอกสั่นขวัญแขวน ในภาวะที่หลายคนต่างมาช่วยด้วยหัวใจ การประสานงานเป็นสิ่งที่สำคัญ คนหนึ่งที่เป็นศูนย์กลางและจุดเชื่อมโยงเจ้าหน้าที่ทุกคนในการเดินหน้า ขับเคลื่อนแผนการค้นหาในแต่ละวันแต่ละชั่วโมงก็คือพ่อเมืองอย่าง  นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯ จ.เชียงราย ในฐานะหัวหน้าศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ท่านทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งสั่งการ แถลงการณ์แจ้งให้ทุกคนที่รอฟังข่าวทราบ และดูแลการเป็นอยู่ของเจ้าหน้าที่ทุกคน และสร้างกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนี้ด้วย เรียกว่ากลายเป็นท่านผู้ว่าที่ได้ใจคนทั้งประเทศ

ทั้งนี้เมื่อเห็นการทำงานของท่านผู้ว่าที่น่าประทับใจแล้ว ทางเฟซบุ๊ค “คาเธ่ย์ หมี” ได้มีการโสต์ภาพคุณพ่อของท่านผู้ว่าพร้อมทั้งบทความที่อ่านแล้วทำให้รู้ว่าทำไมท่านผู้ว่าถึงได้เป็นแบบที่เราเห็นกัน ทำตัวธรรมดาทั่วไปไม่แบ่งแยกชนชั้น ลุยงานพร้อมกับลูกน้อง ต่อแถวรับอาหารเหมือนคนอื่นๆ ซึ่งเจ้าของโพสต์ได้บอกถึงเรื่องนี้ว่า… เลี้ยงลูกแบบทหาร จนได้เป็น “ผู้ว่าฯ เชียงราย” ..8-9 วันนี้เหนื่อยมาก นอนน้อย ดูทีวี.ตามข่าว เป็นห่วงลูกทำงานหนักทุกคืน #ถ้ำหลวง #เชียงราย ผมเป็นลูกค้าประจำของ “ร้านประสานเภสัช” ที่ปากซอยภาวนา ลาดพร้าว 41 คุณลุงประสาน โอสถธนากร เจ้าของร้าน เป็นคนซื่อตรง พูดตรง โอบอ้อมอารี ขายของในราคาเป็นธรรม ไม่โก่งราคา และมีน้ำใจ ทำให้เป็นที่ชอบพอของชาวบ้านย่านนี้และขายยามากว่า 50 ปี แล้ว คุณลุงมีลูก 4 คน เป็นผู้หญิงหนึ่งคนผู้ชายสามคน มีหลาน 4 คน เป็นหลานสาวสามคนและหลานชายหนึ่งคน เวลาไปซื้อยา คุณลุงจะเล่าเรื่องลูกหลานให้ฟังด้วยความภาคภูมิใจมากว่าเลี้ยงลูก 4 คน หลาน 4 คน ได้เรียนหนังสือกันดีๆ และจบปริญญาโททุกคน คุณลุงพูดถึงลูกหลานอย่างมีความสุขที่สุด

นนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย หัวหน้าใหญ่ในการประสานทุกหน่วยงานในการแก้ไขภัยพิบัติลูกหมูป่า 13 คนที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง ณ ดอยขุนน้ำนางนอน จนเป็นที่รู้จักในบุคลิกภาพแบบเอาจริงเอาจัง พูดน้อย ตรงไปตรงมา และโผงผาง ฉะฉาน วันนี้ผมได้ไปซื้อยาที่ร้านประสานเภสัช เลยถามคุณลุงว่า เลี้ยงลูกอย่างไร ให้ได้ดี แบบท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย คุณลุงยิ้มแบบคนใจดี แล้วตอบว่า…

ผมเลี้ยงลูกแบบทหาร เลี้ยงลูกให้มีวินัย เลี้ยงลูกให้เป็นคนดี หลานผมก็เลี้ยงแบบเดียวกัน ลูกคนโต (ท่านผู้ว่าฯ เชียงราย) เขาบอกว่าป๋า (หมายถึงคุณลุงประสาน) โคตรจะดุและเป็นเผด็จการมาก ผมดุลูกมาก และให้ลูกมีระเบียบวินัย เพราะผมเคยเป็นทหารมาก่อน ผมเป็นทหารเสนารักษ์ ที่ค่ายจักรพงษ์ จังหวัดปราจีนบุรี อันที่จริงผมเป็นคนแปดริ้ว ฉะเชิงเทรา ก่อนจะไปเป็นทหารผมเกเรมาก เล่นพนัน กินเหล้า สูบบุหรี่ ไม่มีอะไรดีสักอย่าง ผมไปเป็นทหารแล้วได้เรียนทางเสนารักษ์ เลยเป็นเสนารักษ์ พอหนีเที่ยว ผมโดนซ่อมหนัก ผมอายมาก เหนื่อยไม่เท่าไหร่ หนักไม่เท่าไหร่ แต่อายคน ผมเลยกลับเนื้อกลับตัว

Loading...

ผมลาออกมาจากทหาร แต่ได้อะไรจากการเป็นทหารเยอะมาก และผมเอาวิธีการฝึกทหารมาใช้เลี้ยงลูกทุกคน ลูกผมจึงได้ดี นอกจากนี้ผมก็ยังได้วิชาเสนารักษ์มา และชอบและมีความสุขในการช่วยเหลือคนอื่น ขายยานี่มีความสุข เราขายไม่แพง ขายในราคาเป็นธรรม ให้ชาวบ้านที่ยากจนได้เข้าถึงยา ผมยังไม่เลิกขายแม้ลูกๆ บอกให้เลิก เพราะยังมีความสุขกับการได้ช่วยชาวบ้านจนๆ ได้เข้าถึงยา ผมขายไม่แพงนักคุณก็รู้ ผมอยากจะเลิกแต่ลูกค้าบอกว่าอย่าเลิก ผมขายถูกกว่าทุกร้าน เพราะผมไม่ได้อยากจะเอากำไรอะไรมากมาย แต่ผมมีความสุขที่ได้เจอคน ได้ช่วยคน ถ้าถามว่าผมเลี้ยงลูกยังไง ผมก็จะตอบว่า ผมเลี้ยงลูกแบบทหาร อะไรที่ถูก ลูกทำถูก ผมชม ผมให้กำลังใจ อะไรที่ผิด ไม่สมควรทำ ผมก็ลงโทษ ผมเข้มงวดแบบมีเหตุผล ต้องมีเหตุผล ไม่ใช่ใช้อารมณ์ ผมไม่ยอมให้ลูกสบาย สอนให้ลูกลำบาก ทำงานทุกอย่าง ลูกสี่คน ต้องทำงานในร้านทุกอย่าง คนโตนี่เขารู้เรื่องยาดีมาก ขายยาแทนได้ จัดของได้ สั่งยาได้ ผมไม่ยอมให้ลูกสบาย อีกอย่างคือเราต้องทำให้ลูกดูเป็นตัวอย่าง เราซื่อสัตย์กับลูกค้า เราสอนลูกด้วยการทำให้ดู ผมบอกลูกเสมอว่า เงินหลวงบาทเดียวก็ต้องไม่โกง ผมสอนลูกว่าห้ามรับเงินใครทั้งนั้น แม้กระทั่งลูกน้องหรือข้าราชการด้วยกัน ให้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ลูกผมโตมาในกรมที่ดิน มีผลประโยชน์เยอะ ข้าราชการในกรมที่ดินทราบดีว่าให้เงินให้ทองลูกผมไม่รับ แต่ถ้าเป็นผลไม้นิดๆ หน่อยๆ ของที่ไม่มีราคาเป็นน้ำใจแก่กัน ผมบอกว่าให้ลูกผมรับ คุณไปถามในกรมที่ดินได้เลยว่า คนในกรมเขาชมลูกผมเรื่องนี้อย่างไร ผมสอนลูกผมมาแบบนั้น ผมบอกให้ลูกทำแต่สิ่งที่ถูกต้อง ให้ลูกประคองตัว ลูกผมมีหัวหน้ามาหลายคน มีสองคนเข้าคุกไปแล้ว คนหนึ่งเรื่องคดีสนามกอล์ฟอัลไพน์ อีกคนเรื่องการเลือกตั้ง (ละชื่อผู้ถูกพาดพิง และรายละเอียดออกไป โดยผู้เขียนเอง) ผมบอกลูกว่าให้ทำแต่สิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น แล้วลูกผมก็เป็นคนโผงผาง ตรงไปตรงมา ไม่กลัวใครเสียด้วย ร้านขายยาผมเปิดมา 50 ปี ตู้ไม้สักใส่ยาที่คุณเห็นก็ห้าสิบปี ตอนนั้นเงินจะทำตู้ยังไม่มีเลย ค่อยๆ ทำ ค่อยๆ ซื้อ เก็บหอมรอมริบ ผมบอกลูกว่าไม่รวยก็ไม่เป็นไร ขอให้ซื่อสัตย์เท่านั้น ผมเองสอนลูกเรื่องความกตัญญูด้วยการทำให้ดู ผมไปดูแลแม่ผมที่แปดริ้วตลอด และผมก็พาลูกไปด้วย และให้ลูกเคารพและดูแลย่า ลูกผมก็อยากให้ผมเลิกขายของ เขาจะดูแลผม แต่ผมยังมีความสุขกับการขายยาและได้ช่วยเหลือลูกค้า

ผมทำบุญตลอด คนขับแท็กซี่สามล้อ เขาลำบากกว่าผมก็ทิปให้ทุกครั้ง ครั้งละ 20 บาท ผมมีความสุขกับการให้และการทำบุญ การช่วยเหลือคนอื่น ผมสอนลูกว่า จะถูกย้ายไปที่ไหนก็ได้ ลูกเป็นข้าราชการ ไม่ได้ลงทุนอะไรแบบคนอื่นที่เขาวิ่งเต้นเรื่องตำแหน่งด้วยเงินกันเป็นล้านๆ ผมบอกลูกว่ามีเงินก็อย่าทำเช่นนั้น การที่ลูกผมไม่ได้ลงทุนอะไรเลยแล้วเติบโตมาด้วยความสามารถและผลงานทำให้ผมภูมิใจ บอกลูกว่าไปที่ไหนก็ได้ ขอให้ได้ทำงานเพื่อส่วนรวม ได้ตำแหน่งมาเท่านี้ก็ดีมากแล้ว ถือว่าดีกว่าคนอื่นตรงที่ไม่ต้องลงทุนอะไรเลย (ในการวิ่งเต้นเส้นสาย) คุณลุงเล่าให้ฟังอย่างมีความสุขที่สุด มีคนเข้ามาซื้อของในร้านตลอดเวลา คุณลุงให้หนังสือเรื่องการแกว่งแขนเพื่อออกกำลังกายมาหนึ่งเล่มกับผมครับ แปดเก้าวันนี้ผมเหนื่อยมาก นอนน้อย ดูโทรทัศน์ทั้งวันจนดึกดื่น ห่วงลูก เห็นว่าลูกทำงานหนัก ได้โทรไปคุยกันให้กำลังใจลูกเสมอ ลูกคนอื่นเขาก็มาเฝ้าผมตอนกลางคืน ผลัดกันมา มาอยู่เป็นเพื่อน กลัวผมไม่นอน เพราะตามข่าวลูกคนโตตลอดเวลา ลองฟังที่คุณลุงคุยกับผมกันนะครับ เผื่อจะเอาไปใช้สอนลูก และเป็นวิธีการในการเลี้ยงลูกได้บ้าง..!!

Cr.Arnond Sakworawich

ขอขอบคุณ : คาเธ่ย์ หมี,สำนักข่าวไทย

Facebook Comments
กดอ่านเพิ่มเติม
Loading...

บทความที่เกี่ยวข้อง

error:
Close